top of page

วีซ่านักเรียนออสเตรเลีย Student VISA, AUSTRALIA

AdWise Education Admin
Updated : July 2026

วีซ่านักเรียนออสเตรเลีย (Student Visa Subclass 500)

AdWise Education Admin | อัปเดตข้อมูลล่าสุด กรกฎาคม 2026

จากประสบการณ์ตรงของทีมงานแอดไวซ์ ที่ดูแลเคสยื่นวีซ่านักเรียนออสเตรเลียให้น้องๆ มาอย่างต่อเนื่อง ต้องบอกตรงๆ ว่าช่วง 1-2 ปีที่ผ่านมา กติกาของออสเตรเลียเปลี่ยนค่อนข้างเยอะ ทั้งเรื่องค่าธรรมเนียม เกณฑ์การพิจารณา และระบบตรวจสอบความเสี่ยงของแต่ละประเทศ บทความนี้พี่ๆ รวบรวมและปรับปรุงข้อมูลให้ตรงกับสถานการณ์ปัจจุบันที่สุด เพื่อให้น้องๆ เตรียมตัวได้ถูกต้องค่ะ

Filling Out a Form

4 เรื่องควรรู้ก่อนเริ่มเตรียมเอกสาร

  1. ค่าธรรมเนียมยื่นวีซ่า ผู้ถือพาสปอร์ตไทยยังคงได้รับสิทธิ์อัตราพิเศษกลุ่มอาเซียนที่ AUD 2,050 โดยระบบ ImmiAccount จะคำนวณอัตราที่ถูกต้องให้อัตโนมัติตามพาสปอร์ตที่ใช้ยื่น ส่วนประเทศที่ไม่ได้รับการยกเว้น ค่าธรรมเนียมวีซ่าปรับขึ้นสูงสุดเป็น AUD 2,500 ต่อผู้สมัครหลัก (มีผลตั้งแต่ 1 กรกฎาคม 2026)

  2. จากเดิมที่ต้องเขียนจดหมาย GS Letter แบบเรียงความ ตอนนี้เปลี่ยนมาเป็นระบบ Genuine Student (GS) Requirement คือการตอบคำถามสั้นๆ ในฟอร์มออนไลน์วีซ่าแทน (มีผลตั้งแต่ 23 มีนาคม 2024)

  3. ยอดค่าครองชีพขั้นต่ำยังคงเดิมที่ AUD 29,710 ต่อปี (ปรับขึ้นมาตั้งแต่พฤษภาคม 2024 และยังใช้ต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน)

  4. เกณฑ์คะแนนภาษาอังกฤษปรับสูงขึ้น ตัวอย่างคะแนน ต้องมีผล IELTS 6.0

คำถามที่พบบ่อยก่อนเริ่มยื่นวีซ่า

คำถามที่พบบ่อยก่อนเริ่มยื่นวีซ่า

ยื่นล่วงหน้าได้แค่ไหน?

สามารถยื่นวีซ่าล่วงหน้าก่อนเปิดเรียนได้โดยไม่มีข้อจำกัดตามกฎหมาย แต่ในทางปฏิบัติหากยื่นเร็วเกินไป เจ้าหน้าที่อาจมองว่าเป็นเคสที่ยังไม่เร่งด่วนและจัดคิวไว้ท้ายๆ ทางแอดไวซ์แนะนำให้ยื่นล่วงหน้าประมาณ 4 เดือนก่อนวันเปิดเรียน ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่สมดุลที่สุดทั้งในแง่ความพร้อมของเอกสารและความน่าเชื่อถือของเคส

 

รอผลวีซ่านานแค่ไหน?

วีซ่านักเรียนออสเตรเลียยื่นผ่านระบบออนไลน์ทั้งหมด และไม่มีระบบจัดคิวแบบเรียงลำดับก่อน-หลังอีกต่อไป ตั้งแต่มีการนำ Ministerial Direction 115 มาใช้แทนที่ระเบียบเดิม ลำดับการพิจารณาจะขึ้นอยู่กับ “ระดับความเสี่ยง” ของทั้งตัวสถาบันการศึกษาและประเทศต้นทางของผู้สมัคร ทำให้ระยะเวลารอผลของแต่ละเคสไม่เท่ากัน แม้จะยื่นในช่วงเวลาใกล้เคียงกัน

 

ใช้เกณฑ์อะไรในการพิจารณาวีซ่า?

ออสเตรเลียใช้ระบบประเมินความเสี่ยง (Simplified Student Visa Framework - SSVF) เป็นตัวกำหนดว่าผู้สมัครแต่ละคนต้องยื่นหลักฐานมากน้อยแค่ไหน โดยพิจารณาจาก 2 ปัจจัยร่วมกันคือ:

  • ความเสี่ยงของประเทศต้นทาง (Country Evidence Level)

  • ความเสี่ยงของสถาบันการศึกษา (Provider Evidence Level)

 

ทั้งสองปัจจัยแบ่งเป็น 3 ระดับ (Level 1 = เสี่ยงต่ำสุด, Level 3 = เสี่ยงสูงสุด) เมื่อนำมาประเมินร่วมกัน หากออกมาเป็นความเสี่ยงต่ำ กระบวนการจะรวดเร็วและใช้เอกสารน้อยกว่า แต่หากเป็นความเสี่ยงสูง เจ้าหน้าที่จะขอเอกสารการเงินย้อนหลัง เอกสารรับรองผลการเรียน และหลักฐานอื่นๆ ที่ละเอียดขึ้นมาก

 

ทั้งนี้ระดับความเสี่ยงของแต่ละประเทศไม่ได้เปิดเผยเป็นตารางสาธารณะอย่างเป็นทางการ และมีการทบทวนปรับเปลี่ยนเป็นระยะ แอดไวซ์แนะนำให้ตรวจสอบระดับความเสี่ยงของสถาบันที่สนใจ ก่อนตัดสินใจสมัคร อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับระบบประเมินความเสี่ยงนี้ได้ที่บทความ:

ระบบประเมินความเสี่ยงวีซ่านักเรียนออสเตรเลีย (Assessment Level) คืออะไร

Genuine Student (GS) คืออะไร ทำไมจึงสำคัญ?

นี่คือการเปลี่ยนแปลงสำคัญที่สุดอย่างหนึ่งในรอบหลายปี ตั้งแต่ 23 มีนาคม 2024 ออสเตรเลียยกเลิกการใช้จดหมาย GTE Statement แบบเรียงความ (GTE = Genuine Temporary Entrant) และเปลี่ยนมาใช้ระบบ Genuine Student (GS) Requirement แทน คือการตอบคำถามที่กำหนดไว้ในฟอร์มสมัครออนไลน์โดยตรง ความยาวคำตอบละไม่เกิน 150 คำ ครอบคลุมสถานการณ์ปัจจุบันของผู้สมัคร เหตุผลที่เลือกคอร์ส/สถาบัน/เมืองนี้ และเป้าหมายหลังเรียนจบ

ข้อดีคือระบบใหม่ยอมรับว่าผู้สมัครที่เรียนจบแล้วอาจพัฒนาทักษะที่ออสเตรเลียต้องการและยื่นขอ PR ต่อในอนาคตได้ โดยไม่ถือเป็นจุดลบเหมือนระบบ GTE เดิม แต่สิ่งที่เจ้าหน้าที่ให้ความสำคัญมากขึ้น คือความสอดคล้องกันระหว่างคำตอบกับเอกสารที่แนบมาทั้งหมด

Genuine Student (GS) คืออะไร ทำไมจึงสำคัญ สำหรับการยื่นวีซ่านักเรียนออสเตรเลีย

ทำไมขอวีซ่านักเรียนออสเตรเลียไม่ผ่าน

 

วีซ่านักเรียนทำงานได้ไหม?

  • ทำงานได้ไม่เกิน 48 ชั่วโมง/2 สัปดาห์ นับจากวันจันทร์ถึงคืนวันอาทิตย์

  • ทำงานได้เต็มเวลาในช่วงปิดภาคเรียนตามเงื่อนไขที่กำหนด

  • เมื่อวีซ่าผ่านแล้วสามารถเดินทางเข้าออสเตรเลียได้ทันที แต่ยังไม่สามารถเริ่มทำงาน Part-Time ได้จนกว่าจะถึงวันเปิดเรียนวันแรก

  • ข้อยกเว้น: บางสาขาวิชาชีพและวีซ่าผู้ติดตามของนักเรียนระดับปริญญาโทขึ้นไปอาจมีเงื่อนไขต่างออกไป

  • เงื่อนไขชั่วโมงทำงานมีการทบทวนเป็นระยะ ควรเช็คจากเอกสารวีซ่าของตนเองเป็นหลัก

Genuine Student (GS) คืออะไร ทำไมจึงสำคัญ?
วีซ่านักเรียนทำงานได้ไหม?
ขั้นตอนการสมัครเรียนและยื่นวีซ่าออสเตรเลีย

ขั้นตอนการสมัครเรียนและยื่นวีซ่าออสเตรเลีย

 

ขั้นที่ 1 — เลือกคอร์สเรียน

ตามเป้าหมายของผู้สมัคร แอดไวซ์จะให้คำแนะนำและข้อมูลเพื่อประกอบการตัดสินใจ โดยขอให้ผู้สมัครเตรียมข้อมูลของตนเองไว้ล่วงหน้า ได้แก่

  • Resume ฉบับภาษาอังกฤษที่อัปเดต ระบุเดือน/ปีเริ่ม-จบของทุกช่วงการเรียนและการทำงาน (รวมฝึกงาน พาร์ทไทม์ ฟรีแลนซ์ หรืองานที่ไม่ผ่านโปรฯ) ห้ามมีช่วงเว้นว่างเกิน 3 เดือนโดยไม่มีคำอธิบาย

  • หลักสูตรและเมืองที่สนใจ (หากมีสถาบันในใจแจ้งได้เลย)

  • งบประมาณโดยประมาณ

  • ข้อมูลผู้สนับสนุนทางการเงิน (ความสัมพันธ์ / อาชีพ / รายได้)

  • ผลสอบวัดระดับภาษาอังกฤษ (ถ้ามี)

  • เป้าหมายและวัตถุประสงค์ในการเรียนต่อ

ยิ่งข้อมูลชุดนี้ละเอียดเท่าไร ทีมงานยิ่งวางแผนการเรียน เอกสารวีซ่า ประมาณค่าใช้จ่าย รวมถึงวางแผนกำหนด Timeline การเตรียมตัวได้ถูกต้องมากขึ้น

 

ขั้นที่ 2 — สมัครเรียนเพื่อขอใบตอบรับ (Letter of Offer)

เอกสารที่ใช้สมัครเรียน:

  • สำเนา Passport

  • สำเนา Transcript การศึกษาระดับสูงสุด (ภาษาอังกฤษ)

  • สำเนาใบเปลี่ยนชื่อ-นามสกุล (ถ้ามี)

  • จดหมายรับรองงาน ภาษาอังกฤษ (กรณีเรียนจบแล้ว)

  • Resume ภาษาอังกฤษที่จัดเรียงประวัติการเรียนและการทำงานครบทุกช่วง ไม่มีช่องว่างเกิน 3 เดือน

  • ข้อมูลที่อยู่ปัจจุบัน เบอร์ติดต่อ อีเมล

  • ข้อมูลผู้ติดต่อฉุกเฉิน (ชื่อ-นามสกุล ความสัมพันธ์ เบอร์ติดต่อ อีเมล)

หมายเหตุ: มหาวิทยาลัยบางแห่งมีข้อกำหนดเฉพาะเพิ่มเติม เช่น ค่าสมัครเรียนที่ไม่สามารถคืนได้ (Non-Refundable), ผลสอบภาษาอังกฤษตามเกณฑ์สถาบัน, จดหมายชี้แจงวัตถุประสงค์ (Statement of Purpose) หรือเอกสารการเงินเพิ่มเติม

 

การส่งเอกสาร

  • สแกนไฟล์อัปโหลดใน Google Drive / Dropbox / OneDrive

  • แชร์ลิงก์แบบให้สิทธิ์แก้ไขหรืออัปโหลดเพิ่มได้

  • ส่งมาที่ adwise1.edu@gmail.com หรือแนบไฟล์ส่งตรงทางอีเมลก็ได้

  • ตั้งชื่อหัวข้ออีเมลว่า “เอกสารสมัครเรียน - ชื่อจริง - ชื่อเล่น” เช่น เอกสารสมัครเรียน – Darin – Joy

 

ขั้นที่ 3 — เตรียมเอกสารอื่นๆ และส่งแปล

เอกสารภาษาไทยทุกฉบับต้องแปลเป็นภาษาอังกฤษ เอกสารราชการ เช่น ทะเบียนบ้าน ใบเปลี่ยนชื่อ ทะเบียนสมรส/หย่า สามารถขอคัดฉบับภาษาอังกฤษได้ที่สำนักงานเขตหรือที่ว่าการอำเภอโดยตรง (ดูรายละเอียดในหัวข้อท้ายบทความ) ส่วนเอกสารอื่นที่คัดฉบับภาษาอังกฤษไม่ได้ ทีมงานมีบริการแปลเอกสารโดยมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมตามความยากง่ายของเอกสาร

 

ขั้นที่ 4 — รอใบตอบรับจากโรงเรียน (Letter of Offer / Letter of Acceptance)

ใช้เวลาดำเนินการประมาณ 2-10 วันทำการ หรืออาจนานกว่านั้นขึ้นอยู่กับสถาบันและช่วงเวลาที่สมัคร เมื่อได้รับแล้วให้ตรวจสอบความถูกต้องของชื่อ-นามสกุล คอร์สเรียน และค่าใช้จ่ายที่ระบุไว้ให้ครบถ้วน หากพบข้อผิดพลาดสามารถแจ้งทีมงานให้แก้ไขก่อนชำระเงินได้ทันที

 

ขั้นที่ 5 — เตรียมเอกสารวีซ่าที่เหลือให้ครบถ้วน

(รายละเอียดเอกสารทั้งหมดอยู่ในหัวข้อเช็คลิสต์เอกสารของบทความนี้)

 

ขั้นที่ 6 — ชำระค่าเรียน ค่าประกันสุขภาพ (OSHC) และค่าธรรมเนียมต่างๆ

ทีมงานแอดไวซ์จะสรุปยอดทั้งหมดให้อีกครั้งก่อนชำระเงิน โดยไม่มีการคิดค่าดำเนินการเพิ่มเติมจากพี่ๆ แต่อย่างใด

 

ขั้นที่ 7 — รอรับ COE (Confirmation of Enrolment)

เอกสารนี้เสมือนใบเสร็จยืนยันการลงทะเบียนและชำระค่าเรียนงวดแรก ใช้ประกอบการยื่นวีซ่า ใช้เวลาดำเนินการประมาณ 2-10 วันทำการ

 

ขั้นที่ 8 — ยื่นวีซ่าออนไลน์

แอดไวซ์ดำเนินการยื่นวีซ่าผ่านระบบออนไลน์ (ImmiAccount) ให้ทั้งหมด รวมถึงกรอกคำตอบชุด Genuine Student (GS) ตามข้อมูลจริงของผู้สมัคร

 

ขั้นที่ 9 — ตรวจสุขภาพ

การตรวจสุขภาพวีซ่านักเรียนออสเตรเลีย | AdWise

  • สามารถตรวจก่อนยื่นวีซ่าได้ แอดไวซ์จะทำเรื่องส่งข้อมูลเข้าระบบเพื่อขอใบส่งตัวให้ล่วงหน้า

  • หรือยื่นวีซ่าก่อนแล้วรอรับใบส่งตัวอัตโนมัติ (HAP Letter) ก็ได้ ต้องเข้ารับการตรวจภายใน 28 วันนับจากวันที่ได้รับใบส่งตัว และต้องนัดหมายกับโรงพยาบาลล่วงหน้า

  • หากเคยเดินทางไปออสเตรเลียมาก่อนไม่ว่าด้วยวีซ่าประเภทใด ต้องแจ้งข้อมูลนี้เพื่อกรอกในใบส่งตัวด้วย

  • ข้อยกเว้นที่อาจไม่ต้องตรวจสุขภาพ เช่น เคยตรวจสุขภาพสำหรับวีซ่านักเรียนออสเตรเลียมาแล้วไม่เกิน 1 ปี หรือระยะเวลาเรียนไม่เกิน 6 เดือน

 

ขั้นที่ 10 — Biometrics ที่ศูนย์ยื่นวีซ่า VFS

Biometrics Australia | AdWise Education แนะแนวเรียนต่อต่างประเทศ

  • หลังยื่นวีซ่าแล้วจะได้รับใบนัดหมายให้ไปถ่ายรูปและสแกนลายนิ้วมือด้วยตนเองที่ศูนย์ VFS ภายใน 14 วันนับจากวันยื่นวีซ่า ทางแอดไวซ์จะทำการนัดหมายให้

  • ค่าธรรมเนียม VFS ชำระด้วยตนเองที่ศูนย์ (อัตรามีการเปลี่ยนแปลงได้เป็นระยะ แนะนำสอบถามอัตราล่าสุดกับทีมงานก่อนวันนัด)

  • ขั้นตอนนี้ศูนย์จะไม่เก็บพาสปอร์ตไว้ ระหว่างรอผลวีซ่าจึงยังสามารถใช้พาสปอร์ตเดินทางต่างประเทศได้ตามปกติ

  • กรณีที่ได้รับการยกเว้นไม่ต้องไปที่ VFS สามารถดำเนินการขั้นตอนนี้ออนไลน์ได้เลย

 

ขั้นที่ 11 — ระหว่างรอผลวีซ่า

เจ้าหน้าที่อาจโทรติดต่อเพื่อสัมภาษณ์เพิ่มเติม ขอเอกสารเสริม ตรวจสอบเอกสารการเงิน หรือติดต่อที่ทำงานของผู้สมัครเพื่อยืนยันข้อมูล ทั้งหมดนี้เป็นกรณีไปตามความจำเป็นของแต่ละเคส (Case by case) ไม่ได้เป็นขั้นตอนบังคับสำหรับผู้สมัครทุกคน

 

ขั้นที่ 12 — รับผลวีซ่า

ผลวีซ่าจะถูกส่งทางอีเมลมาที่แอดไวซ์ในรูปแบบ E-Visa ไม่มีสติกเกอร์วีซ่าติดในพาสปอร์ตแล้ว เมื่อได้รับผลควรตรวจสอบรายละเอียด ชื่อ-นามสกุล และเลขที่พาสปอร์ตให้ถูกต้องทุกครั้ง

 

ขั้นที่ 13 — เตรียมตัวเดินทาง

จองตั๋วเครื่องบิน จัดหาที่พัก และเข้าร่วมปฐมนิเทศก่อนเดินทางกับทีมงานแอดไวซ์

 

ขั้นที่ 14 — เมื่อถึงออสเตรเลียแล้ว

ทางแอดไวซ์ดูแลให้บริการสมัครเลข TFN (Tax File Number) ฟรี ซึ่งจำเป็นสำหรับนักเรียนที่ต้องการทำงานพาร์ทไทม์

 

ข้อมูลเพิ่มเติม: หากเจ้าหน้าที่พิจารณาปฏิเสธวีซ่าก่อนที่ผู้สมัครจะไปตรวจสุขภาพหรือทำ Biometrics ก็สามารถแจ้งผลปฏิเสธได้เลย แต่ในทางกลับกัน วีซ่าจะไม่มีทางได้รับการอนุมัติจนกว่าผู้สมัครจะดำเนินการตรวจสุขภาพและทำ Biometrics ครบถ้วนทั้งสองอย่างก่อน

เช็คลิสต์เอกสารยื่นวีซ่านักเรียน (อายุ 18 ปีบริบูรณ์ขึ้นไป)

เช็คลิสต์เอกสารยื่นวีซ่านักเรียน (อายุ 18 ปีบริบูรณ์ขึ้นไป)

  1. สำเนา Passport เล่มปัจจุบัน — ต้องมีอายุเหลือเกิน 6 เดือนนับจากวันเดินทางเข้าออสเตรเลีย ขอหน้าแรกและทุกหน้าที่มีวีซ่า/ตราประทับเข้า-ออก สแกนรวม 1 ไฟล์

  2. สำเนา Passport เล่มเก่าทุกเล่มที่มี — ขอหน้าแรกและทุกหน้าที่มีวีซ่า/ตราประทับ สแกนแยกเป็นเล่มละ 1 ไฟล์

  3. ที่อยู่ปัจจุบัน อีเมล เบอร์โทรศัพท์ที่ติดต่อได้

  4. Resume ภาษาอังกฤษ — ระบุเดือน/ปีเริ่ม-จบของทุกคอร์สเรียนและทุกงานที่เคยทำ เรียงตามลำดับเวลา ห้ามมีช่วงเว้นว่างเกิน 3 เดือนโดยไม่ระบุเหตุผล หากมีใบเกรดหรือหนังสือรับรองงานเก่า ให้อ้างอิงชื่อหน่วยงาน ตำแหน่ง และวันที่ให้ตรงกับเอกสารจริง

  5. สรุปประวัติการเดินทางต่างประเทศย้อนหลัง 10 ปี (ประเทศ วันที่ไป-กลับ วัตถุประสงค์)

  6. ประวัติวีซ่าออสเตรเลียเดิม (ถ้ามี) — ไม่ว่าจะผ่านหรือถูกปฏิเสธต้องแจ้งตามจริง พร้อมแนบจดหมายวีซ่าเดิมหรือจดหมายปฏิเสธ หากไม่มีเอกสารให้พิมพ์อธิบายเดือนปีที่ยื่นและเหตุผลที่โดนปฏิเสธโดยละเอียด

  7. ประวัติวีซ่าประเทศอื่นที่เคยถูกปฏิเสธ (ถ้ามี) — แจ้งและแนบเอกสารในลักษณะเดียวกับข้อ 6

  8. หนังสือรับรองการทำงาน / สลิปเงินเดือน / ใบเสียภาษี / ทะเบียนการค้า — เป็นภาษาอังกฤษทั้งหมด ครอบคลุมประวัติการทำงานย้อนหลังอย่างน้อย 5 ปี ระบุชื่อบริษัท ประเภทธุรกิจ ที่อยู่ เบอร์โทร ชื่อหัวหน้างานหรือบุคคลอ้างอิง วันเริ่ม-สิ้นสุดงาน ตำแหน่ง และลักษณะงานโดยย่อ

  9. ประวัติการศึกษา — Official Transcript ทั้งที่เรียนจบและไม่จบ, ใบประกาศนียบัตรวุฒิสูงสุด, หนังสือรับรองจบการศึกษา (ภาษาอังกฤษ), หากต่อเนื่องจาก ปวส. สู่ปริญญาตรีต้องแนบผลการเรียน ปวส. ด้วย, ใบประกาศนียบัตรหลักสูตรอบรม/สัมมนาที่เคยเข้าร่วม (ถ้ามี)

  10. ผลสอบภาษาอังกฤษ — ยกเว้นสมัครเรียนคอร์สภาษาอังกฤษหรือ High School ไม่ต้องยื่นผลสอบ ผลสอบต้องไม่เกิน 2 ปีนับถึงวันยื่น เช่น IELTS, TOEFL iBT, PTE, OET, Cambridge English Advanced เกณฑ์คะแนนล่าสุด: IELTS 6.0 สำหรับคอร์สหลัก, IELTS 5.5 สำหรับ University Foundation/Pathway หรือ ELICOS 10 สัปดาห์, IELTS 5.0 สำหรับ ELICOS 20 สัปดาห์ (คะแนนของแบบทดสอบอื่นเทียบเท่าตามตารางของ DHA)

  11. สำเนาบัตรประชาชน เฉพาะหน้าบัตร ไม่ต้องขอคัดภาษาอังกฤษ

  12. สำเนาทะเบียนบ้าน (ภาษาไทย และภาษาอังกฤษ)

  13. เอกสารเกณฑ์ทหาร (สำหรับผู้ชาย) สำเนา สด. 43 หรือ สด. 8

  14. หลักฐานการเปลี่ยนชื่อ-นามสกุล (ถ้ามี ทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ)

  15. หลักฐานสถานะทางครอบครัว (ถ้ามี) — ทะเบียนสมรส ทะเบียนหย่า สูติบัตรบุตร หรือเอกสารของคู่สมรสที่ไม่ได้จดทะเบียน

  16. ตอบคำถามหัวข้อ Genuine Student (GS) — การตอบคำถามในฟอร์มออนไลน์เกี่ยวกับวัตถุประสงค์การเรียน เหตุผลที่เลือกคอร์ส/สถาบัน/เมืองนี้ และเป้าหมายหลังเรียนจบ

  17. ข้อมูลสมาชิกครอบครัว — ชื่อ-นามสกุล วันเดือนปีเกิด ประเทศที่พักอาศัยปัจจุบัน ของพ่อ แม่ พี่ น้อง ทุกคน (ภาษาอังกฤษ)

  18. ข้อมูลคู่สมรสและบุตร (ถ้ามี) — ชื่อ-นามสกุล วันเดือนปีเกิด ประเทศที่พักอาศัยปัจจุบัน

  19. ข้อมูลผู้สนับสนุนทางการเงิน (สปอนเซอร์) — รายละเอียดในหัวข้อ “เอกสารของสปอนเซอร์การเงิน” ด้านล่าง

  20. หลักฐานงานรองรับหลังเรียนจบ (ถ้ามี) — ใบตอบรับเข้างาน ชื่อบริษัท ประเภทธุรกิจ ที่อยู่ เบอร์ติดต่อ ชื่อหัวหน้างานหรือบุคคลอ้างอิง วันเริ่มงาน ตำแหน่ง และลักษณะงาน (ภาษาอังกฤษ)

  21. เอกสารการเงิน — รายละเอียดครบถ้วนในหัวข้อถัดไป

เอกสารการเงิน สำหรับยื่นวีซ่านักเรียนออสเตรเลีย

ทำความเข้าใจเอกสารการเงิน สำหรับยื่นวีซ่านักเรียนออสเตรเลีย

เอกสารการเงินเป็นส่วนที่เจ้าหน้าที่ให้ความสำคัญมากที่สุดในทุกวันนี้ โดยเฉพาะภายใต้เกณฑ์ Genuine Student ที่เจ้าหน้าที่จะพิจารณาความสอดคล้องของฐานะการเงินกับเรื่องราวทั้งหมดของผู้สมัคร ไม่ใช่แค่ “มียอดเงินครบ” เท่านั้น

 

หลักฐานการเงินมี 2 ทางเลือก (ยื่นทางใดทางหนึ่ง หรือยื่นทั้งสองทางร่วมกันก็ได้)

ทางเลือกที่ 1 — หลักฐานเงินสดเพียงพอสำหรับค่าใช้จ่าย 1 ปีแรก

หรือน้อยกว่าตามระยะเวลาที่ขอวีซ่า ทั้งนี้วีซ่าจะครอบคลุมตลอดระยะเวลาของหลักสูตรที่ลงทะเบียน ครอบคลุมค่ากินอยู่ ค่าเล่าเรียนที่ค้างชำระ และค่าเรียนของผู้ติดตามที่เป็นบุตรอายุ 5-17 ปี

ทางเลือกที่ 2 — หลักฐานรายได้ของผู้ปกครองหรือคู่สมรส

  • ผู้ปกครองหรือสามี/ภรรยาของผู้สมัครต้องมีรายได้ต่อปีไม่ต่ำกว่า AUD 87,856 (กรณีไม่มีผู้ติดตาม)

  • หรือ AUD 102,500 (กรณีมีสมาชิกครอบครัวยื่นวีซ่าติดตามด้วย)

  • ตัวเลขนี้เป็นตัวเลขที่ใช้มาต่อเนื่องและยังคงเป็นเกณฑ์ปัจจุบัน หลักฐานต้องน่าเชื่อถือ เช่น เอกสารการเสียภาษีตามกฎหมาย สมุดบัญชี/Statement ที่มีเงินเดือนหรือรายได้อื่นเข้าเป็นประจำทุกเดือน (ไม่สามารถใช้ Statement ที่มีแต่เงินรายได้ยื่นแทนอย่างเดียว)

ข้อยกเว้น: มีเอกสารทางเลือกอื่น เช่น Acceptance Advice of Secondary Exchange Students (สำหรับนักเรียนแลกเปลี่ยนเท่านั้น) หรือจดหมายรับรองจาก Department of Foreign Affairs and Trade / Department of Defence

ต้องมีเงินเท่าไรสำหรับค่าครองชีพ 1 ปีในออสเตรเลีย

ต้องเตรียมเงินให้ครอบคลุม 3 ส่วนหลัก:

  1. ค่าครองชีพตามระยะเวลาที่ขอวีซ่า — หากวีซ่ามากกว่า 1 ปี คำนวณที่ 1 ปี หากน้อยกว่า 1 ปี คำนวณตามสัดส่วนวัน (อัตรา 1 ปี ÷ 365 วัน × จำนวนวันที่ขอวีซ่าจริง)

  2. ค่าเดินทาง — โดยทั่วไปสำหรับผู้สมัครจากประเทศไทยคิดที่ประมาณ AUD 2,000 (ตัวเลขนี้เป็นค่าประมาณที่ทางการใช้อ้างอิงตามภูมิภาคต้นทาง อาจมีการปรับได้ในแต่ละช่วง แนะนำให้ตรวจสอบอัตราล่าสุดกับทีมงานก่อนคำนวณยอดจริง)

  3. ค่าเรียนที่ยังค้างชำระของปีการศึกษาแรก

  • เรียนน้อยกว่า 10 เดือน → วีซ่าจะบวกเพิ่มอีก 1 เดือนหลังเรียนจบ

  • เรียน 10 เดือนขึ้นไป → วีซ่าจะบวกเพิ่มอีก 2 เดือนหลังเรียนจบ

  • เรียน 10 เดือนขึ้นไป และวันจบอยู่ในเดือน พ.ย. หรือ ธ.ค. → วีซ่าจะขยายไปถึง 15 มีนาคมของปีถัดไป

ตารางค่าครองชีพขั้นต่ำ (อัตราปัจจุบัน)

ค่าครองชีพ 1 ปีในออสเตรเลีย
เอกสารการเงินที่ใช้ยื่นวีซ่านักเรียน

*บุตรของผู้สมัครหลักที่เรียนหลักสูตรปริญญาเอกจะได้รับการยกเว้นค่าเล่าเรียนส่วนนี้

 

ตัวอย่างการคำนวณยอดเงินขั้นต่ำ

สมมติผู้สมัครวีซ่านักเรียน 1 คน ลงเรียนหลักสูตร 6 เดือน ค่าเรียนรวม $7,000 วีซ่าที่ขอจึงครอบคลุมประมาณ 7 เดือน

  • ค่าครองชีพ 7 เดือน ≈ $17,332 (คำนวณจาก 29,710 ÷ 12 × 7)

  • ค่าเรียนคงเหลือ (กรณีชำระไปแล้ว $3,500) = $3,500

  • ค่าเดินทาง = $2,000

รวม = $22,832 (คิดที่อัตราแลกเปลี่ยนสมมติ 25 บาท/AUD ≈ 570,800 บาท)

หากชำระค่าเทอมเต็มจำนวนไปก่อนแล้ว ยอดเงินจะลดลงเหลือ ค่าครองชีพ $17,332 + ค่าเดินทาง $2,000 = $19,332 (≈ 483,300 บาท)

หมายเหตุ: ยอดเงินและอัตราแลกเปลี่ยนมีการเปลี่ยนแปลงได้ตลอด ในทางปฏิบัติแนะนำให้คำนวณโดยบวกอัตราแลกเปลี่ยนเผื่อไว้ 1-2 บาทจากอัตราธนาคาร ณ วันขอเอกสาร เนื่องจากบางครั้งระยะเวลารอผลวีซ่านาน และเจ้าหน้าที่อาจคำนวณอัตราแลกเปลี่ยน ณ วันพิจารณาผลจริงแทนวันยื่น

หลักการสำคัญของเอกสารการเงิน: Sufficient + Liquid + Accessible

  • เอกสารการเงินต้องมียอดเพียงพอ (Sufficient)

  • เป็นเงินที่แปลงเป็นเงินสดได้ทันที (Liquidity)

  • ผู้สมัครสามารถเข้าถึง/เบิกถอนใช้จ่ายได้จริง (Accessible) เมื่ออยู่ในออสเตรเลีย

 

ดังนั้น สปอนเซอร์หรือเจ้าของเงินควรเป็นบุคคลที่มีความน่าเชื่อถือเชิงความสัมพันธ์ เช่น พ่อแม่หรือญาติสนิท เพราะหากเป็นเพียงคนรู้จักทั่วไป เจ้าหน้าที่อาจมองว่าไม่มีเหตุผลหนักแน่นพอที่บุคคลนั้นจะยินดีสนับสนุนค่าใช้จ่ายให้

 

กรณีต่อวีซ่าในออสเตรเลีย ควรมีหลักฐานแสดงว่าเคยเข้าถึงเงินก้อนนั้นจริงในระหว่างเรียนคอร์สก่อนหน้า เช่น ใบฝากเงินจากสปอนเซอร์ สำเนาสมุดบัญชี สำเนาบัตรเดบิต และสลิปกดเงินที่ใช้จริงในออสเตรเลีย ไม่เช่นนั้นเจ้าหน้าที่อาจพิจารณาว่าเป็นการนำเอกสารมายื่นวีซ่าอย่างเดียว ในทางปฏิบัติสปอนเซอร์ไม่ได้ส่งเงินให้นักเรียนใช้จ่ายจริง ซึ่งทำให้นักเรียนมีความเสี่ยงในการทำผิดเงื่อนไขวีซ่า เช่น ต้องทำงานเกินชั่วโมงที่กฎหมายกำหนดเพื่อประทังชีวิต หรือถูกมองว่าใช้วีซ่านักเรียนเพื่อวัตถุประสงค์อื่นมากกว่าการเรียน

 

เอกสารทางการเงินที่ใช้ยื่นวีซ่าได้

  1. บัญชีเงินฝากออมทรัพย์ — Statement ย้อนหลัง 6 เดือน ใช้ได้ทั้งธนาคารพาณิชย์และสหกรณ์ที่ได้รับการรับรองจากหน่วยงานราชการ/รัฐวิสาหกิจ ยอดเงินคงเหลือควรใกล้เคียงกับค่าเฉลี่ยย้อนหลัง 6 เดือน หากมีเงินก้อนเข้า-ออกผิดปกติอาจถูกมองว่าไม่มั่นคงและเป็นเหตุให้ปฏิเสธวีซ่าได้แม้ยอดเงินคงเหลือสุดท้ายจะครบตามเกณฑ์

  2. สลากออมสิน / สลาก ธ.ก.ส. / สลาก ธอส. ที่ถือมานานกว่า 6 เดือน ใช้ได้โดยขอจดหมายรับรองจากธนาคารฉบับภาษาอังกฤษพร้อมสำเนาสลาก (มีหลายใบนับรวมยอดกันได้)

  3. งินฝากสหกรณ์ที่น่าเชื่อถือ เช่น สหกรณ์ครู สหกรณ์รัฐวิสาหกิจ ใช้ได้เฉพาะยอดเงินฝากออมทรัพย์เท่านั้น (มูลค่าหุ้นสหกรณ์ไม่นับเป็นยอดเงิน แต่ใช้แนบเป็นหลักฐานเสริมได้)

  4. บัญชีกระแสรายวัน — ขอ Statement และหนังสือรับรองวงเงิน OD คงเหลือจากธนาคาร

  5. บัญชีฝากประจำ — ขอ Statement หรือถ่ายสำเนาสมุดบัญชีทุกหน้า แปลสมุดบัญชีหน้าแรกพร้อมหนังสือรับรองฐานะการเงิน (ต้องเปิดมานานกว่า 6 เดือน หากย้ายมาจากบัญชีฝากประจำเล่มเก่า ให้แนบสำเนาทั้งสองเล่มเพื่อชี้แจงที่มา)

  6. หลักฐานเงินกู้ — ใช้ได้เฉพาะเงินกู้จากหน่วยงานรัฐหรือสถาบันการเงินที่ถูกกฎหมาย และต้องระบุวัตถุประสงค์เพื่อการศึกษาเท่านั้น

 

ข้อควรระวังในการเตรียมเอกสารการเงิน

กรณีมีเงินก้อนใหญ่ (Lump-sum) ฝากเข้าไม่นานก่อนยื่นวีซ่า (Sudden Fund) จำเป็นต้องชี้แจงที่มาของเงินให้ชัดเจน เพื่อไม่ให้ถูกมองว่าเป็นการตกแต่งบัญชีหรือกู้ยืมมาชั่วคราว เช่น

  • ขายที่ดิน → แนบสัญญาซื้อขายที่กรมที่ดิน ใบเสียภาษี สำเนาโฉนดทุกหน้า

  • ขายรถยนต์ → แนบสมุดทะเบียนรถที่เคยมีชื่อผู้ขายเป็นเจ้าของและโอนให้เจ้าของใหม่ พร้อมสัญญาซื้อขาย (ใบโอนลอยจากเต็นท์รถใช้ไม่ได้)

  • ขายทอง → ใบเสร็จร้านทองใช้ไม่ได้เพราะไม่มีหลักฐานการถือครอง ต้องเป็นหลักฐานจากบริษัทที่น่าเชื่อถือ เช่น การซื้อขายทองคำแท่งหรือสัญญาซื้อขายล่วงหน้าในตลาด TFEX

  • ขายหุ้น/กองทุน → ใช้หลักฐานการขาย

  • ได้เงินโบนัส → แนบสลิปเงินเดือน

  • โอนรวมบัญชีจากบัญชีอื่นของตนเอง → แนบ Statement บัญชีต้นทางพร้อมคำอธิบาย

  • ยอดเงินก้อนที่ฝากเข้าจากอาชีพที่มีรายรับตามฤดูกาล เช่น เกษตรกรที่เก็บเกี่ยวปีละครั้ง แนะนำให้ขอ Statement ย้อนหลังอย่างน้อย 1 ปี เพื่อยืนยันว่าเงินที่เข้ามาเป็นรายรับปกติจากการทำงาน ไม่ใช่เงินก้อนที่เพิ่งฝากเข้ามาเพื่อยื่นวีซ่า

 

การขอหนังสือรับรองฐานะทางการเงิน / แบงค์การันตี

  1. ต้องระบุวัตถุประสงค์ชัดเจนว่าเพื่อยื่นวีซ่าออสเตรเลีย และระบุจำนวนเงินเป็นสกุล AUD (บางธนาคาร เช่น SCB จะระบุแค่ “มีเงิน 7 หลัก” ซึ่งใช้ไม่ได้ ต้องขอให้เจ้าหน้าที่พิมพ์ตัวเลขยอดเงินชัดเจนตรงช่อง Remark)

  2. หลักฐานจากธนาคารมีอายุการใช้งาน 30 วันนับจากวันที่ออกเอกสาร

  3. ต้องสะกดชื่อ-นามสกุลผู้สมัครให้ตรงกับหน้า Passport เท่านั้น แนะนำให้นำสำเนา Passport ไปที่ธนาคารด้วย

Family at home
เอกสารของสปอนเซอร์การเงิน

เอกสารของสปอนเซอร์การเงิน

  1. หลักฐานส่วนตัว — บัตรประชาชนหรือ Passport ของสปอนเซอร์ (ต้องสะกดชื่อในเอกสารธนาคารให้ตรงกับบัตร/พาสปอร์ต)

  2. เอกสารความสัมพันธ์กับผู้สมัคร — เช่น กรณีสปอนเซอร์เป็นคุณอา (น้องของพ่อ) ใช้ทะเบียนบ้านหรือใบเกิดของนักเรียน + ทะเบียนบ้านพ่อของนักเรียน + ทะเบียนบ้านของคุณอา เพื่อเชื่อมโยงว่าทั้งคุณอาและพ่อเป็นพี่น้องเดียวกันจากชื่อพ่อแม่ในทะเบียน (คุณปู่คุณย่าของนักเรียน) ดังนั้นสปอนเซอร์กับผู้สมัครสามารถคนละนามสกุลและอยู่คนละบ้านได้ ทะเบียนบ้านเป็นเพียงหลักฐานเชื่อมโยงลำดับญาติเท่านั้น

  3. ที่มาของรายได้สปอนเซอร์ — สลิปเงินเดือน จดหมายรับรองงาน บัตรข้าราชการ ใบเสียภาษี ทะเบียนการค้า ทะเบียนเกษตรกร หรือใบอนุญาตประกอบวิชาชีพ

  4. จดหมายสปอนเซอร์ — หลังจากส่งเอกสารการเงินและเอกสารของสปอนเซอร์แล้ว ทางแอดไวซ์จะจัดทำจดหมายสปอนเซอร์ให้ โดยระบุรายละเอียดการสนับสนุนทางการเงินตลอดระยะเวลาที่เรียนอยู่ในออสเตรเลีย พร้อมให้สปอนเซอร์ลงนาม

  5. หลักฐานเสริมความมั่นคงทางการเงิน (ถ้ามี) — เช่น กองทุนรวม กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ หุ้นสหกรณ์ หุ้นในตลาดหลักทรัพย์ สินทรัพย์ดิจิทัล ที่ดินหรืออสังหาริมทรัพย์ที่ปลอดจำนอง พันธบัตรรัฐบาล ทะเบียนรถยนต์ที่ปลอดไฟแนนซ์ ประกันชีวิตแบบออมทรัพย์ หรือทองคำจากบริษัทที่เชื่อถือได้ — เอกสารกลุ่มนี้ไม่นับรวมเป็นยอดเงินตามเกณฑ์การเงิน แต่ช่วยเสริมความน่าเชื่อถือของเคสในหัวข้อ Incentive to Return Home และ Economic Circumstance ภายใต้เกณฑ์ Genuine Student ได้

  6. กรณีสปอนเซอร์เป็นนายจ้าง — ควรเป็นรูปแบบบริษัท มีสัญญาทุนการศึกษาที่ร่างโดยทนายอย่างเป็นทางการ ระบุขั้นตอนการคัดเลือกผู้รับทุน และมีจดหมายยินยอมจากกรรมการหรือผู้ถือหุ้น

หัวข้อ How to Access Fund คืออะไร

หัวข้อนี้เจ้าหน้าที่ต้องการความมั่นใจว่าเมื่อถึงเวลาต้องใช้จ่ายค่าเรียนหรือค่าครองชีพจริง ผู้สมัครจะสามารถเข้าถึงแหล่งเงินนั้นได้จริง จึงไม่มีรูปแบบเอกสารตายตัวเหมือนหลักฐานการเงินจากธนาคาร แต่เป็นการพิจารณาภาพรวมทั้งหมดของเคส

ตัวอย่างที่พบบ่อย: กรณีสปอนเซอร์เป็นญาติห่างๆ เช่น พี่เขยของลูกพี่ลูกน้อง ซึ่งมีครอบครัวและบุตรที่กำลังศึกษาต่ออยู่แล้วเอง เจ้าหน้าที่อาจมองว่าเป็นการนำเอกสารมายื่นเพื่อวัตถุประสงค์วีซ่าเท่านั้น โดยไม่มีเหตุผลหนักแน่นเพียงพอว่าสปอนเซอร์จะโอนเงินให้จริงเมื่อถึงเวลา

 

ทางแอดไวซ์ไม่แนะนำให้ทำเอกสารเท็จหรือปลอมแปลงใดๆ เด็ดขาด แต่จะเน้นหาหลักฐานที่มาจากข้อเท็จจริงของแต่ละเคสมาเสริม เช่น หลักฐานการโอนเงินชำระค่าเรียนตรงไปยังสถาบันจากสปอนเซอร์ ประวัติการส่งเสียเลี้ยงดูที่ผ่านมา การโอนเงินเปิดบัญชีให้ผู้สมัครใช้จ่ายโดยตรง หรือในกรณีที่เป็นญาติห่างๆ ตามเอกสารแต่สนิทสนมกันจริงในชีวิตประจำวัน อาจใช้หลักฐานเช่น การพักอาศัยบ้านเดียวกัน ชื่อผู้ปกครองที่ปรากฏในสมุดพกของผู้สมัคร หรือการเป็นผู้รับผลประโยชน์ในกรมธรรม์ประกันชีวิต

หัวข้อ How to Access Fund คืออะไร
คำแนะนำจากแอดไวซ์

คำแนะนำสำคัญจากแอดไวซ์

  • เอกสารทุกอย่างเซ็นหรือไม่เซ็นรับรองสำเนาได้ แต่ห้ามขีดฆ่าหรือเซ็นทับข้อมูลเด็ดขาด

  • เอกสารภาษาไทยทุกฉบับต้องแปลเป็นภาษาอังกฤษก่อนยื่น

  • เอกสารราชการ เช่น ทะเบียนบ้าน ใบเปลี่ยนชื่อ ทะเบียนสมรส/หย่า ใบเกิด ใบมรณะ ขอคัดฉบับภาษาอังกฤษได้ที่สำนักงานเขต/อำเภอทุกแห่ง

  • เมื่อได้รับวีซ่าแล้ว ต้องตรวจสอบชื่อ นามสกุล คำนำหน้า และเลขที่พาสปอร์ตทุกครั้ง หากสะกดไม่ตรงจะไม่สามารถเดินทางออกนอกประเทศได้

  • หากเปลี่ยนเล่มพาสปอร์ตระหว่างถือวีซ่าอยู่ ต้องแจ้งทางแอดไวซ์ทุกครั้งเพื่ออัปเดตข้อมูลกับระบบตรวจคนเข้าเมือง (บริการฟรีตลอดระยะเวลาที่เรียน)

 

การขอคัดเอกสารภาษาอังกฤษที่สำนักงานเขต/อำเภอ

เอกสารราชการ เช่น ทะเบียนบ้าน ใบเปลี่ยนชื่อ-นามสกุล ทะเบียนสมรส ทะเบียนหย่า ใบเกิด ใบมรณะ สามารถขอคัดสำเนาฉบับภาษาอังกฤษได้ทันทีที่สำนักงานเขตหรือที่ว่าการอำเภอทุกแห่งทั่วประเทศ โดยไม่ต้องรอแปลเอกสารเพิ่ม และไม่จำเป็นต้องเป็นภูมิลำเนาตามทะเบียนบ้าน

 

เอกสารที่ต้องเตรียม

  • บัตรประชาชนแบบ Smart Card ตัวจริงของเจ้าของรายการทะเบียน

  • หนังสือเดินทาง (Passport) เพื่อตรวจสอบการสะกดชื่อ-นามสกุลภาษาอังกฤษให้ตรงกัน

  • เอกสารทะเบียนฉบับภาษาไทย (ถ้ามี เช่น คร.2, คร.3)

 

ขั้นตอน

1.  เดินทางไปสำนักงานเขต/อำเภอที่ใดก็ได้

2.  แจ้งเจ้าหน้าที่ฝ่ายทะเบียนว่าต้องการคัดเอกสารฉบับภาษาอังกฤษ

3.  ตรวจสอบความถูกต้องของคำนำหน้าชื่อ ชื่อ-นามสกุล เลขที่เอกสาร วันเดือนปีเกิด ให้ตรงกับพาสปอร์ตก่อนพิมพ์เอกสารจริง

4.  ชำระค่าธรรมเนียมตามที่ราชการกำหนด

เอกสารฉบับภาษาอังกฤษที่ได้จากขั้นตอนนี้นำไปใช้ยื่นวีซ่าหรือสมัครเรียนต่อต่างประเทศได้ทันที และหากข้อมูลไม่มีการเปลี่ยนแปลงในภายหลัง สามารถใช้ฉบับเดิมได้ตลอดชีพโดยไม่ต้องขอคัดใหม่ทุกครั้ง (แนะนำเก็บสำเนาไว้ด้วย)

 

ข้อควรรู้: เอกสารราชการที่ออกให้ก่อนปี พ.ศ. 2547 บางกรณีอาจไม่สามารถคัดเป็นภาษาอังกฤษได้ แนะนำสอบถามเจ้าหน้าที่ ณ จุดบริการก่อนดำเนินการ

ข้อมูลและตัวเลขทั้งหมดในบทความนี้อ้างอิงจากระเบียบของกระทรวงตรวจคนเข้าเมืองออสเตรเลีย (Department of Home Affairs) ที่มีผลบังคับใช้ ณ เดือนกรกฎาคม 2026 ซึ่งอาจมีการปรับปรุงเปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลาโดยไม่ต้องแจ้งล่วงหน้า กรุณาติดต่อทีมงานแอดไวซ์ เอ็ดดูเคชั่น เพื่อตรวจสอบข้อมูลล่าสุดก่อนดำเนินการยื่นวีซ่าจริงทุกครั้ง

AdWise Education แนะแนวเรียนต่อต่างประเทศ ปรึกษาฟรี

โทร. 086-400-4350, 086-367-4297 | อีเมล: study@adwise-education.com | Line: @adwise

*ข้อมูลและราคาอาจมีการเปลี่ยนแปลง

กรุณาสอบถามเพื่อความถูกต้องอีกครั้ง

AdWise Education แนะแนวเรียนต่อต่างประเทศ ปรึกษาฟรี
โทร. 086-400-4350, 086-367-4297 ||  E-Mail : study@adwise-education.com  ||  Line : @adwise

AdWise Education | All Rights Reserved |

Updated: July 2026

© Copyright
bottom of page