• PepperMint

9 ข้อดี เมื่อไปเรียนออสเตรเลีย

Updated: 6 days ago

ก่อนตัดสินใจไปเรียนต่อต่างประเทศ หลายคนคงมีคำถามเกิดขึ้นในใจว่าจะเลือกไปเรียนที่ไหนดี และชื่อ “ออสเตรเลีย” ก็มักจะเป็นประเทศหนึ่งที่อยู่ในตัวเลือกของหลายๆคน วันนี้เราจึงได้รวบรวมข้อดีของการมาเรียนที่นี่ เพื่อเป็นข้อมูลในการตัดสินใจของทุกคนค่ะ


1. ไม่ใกล้ไม่ไกล ไปมาสะดวก


ประเทศออสเตรเลียอยู่ห่างจากประเทศไทยด้วยการบินประมาณ 7-9 ชั่วโมง มีไฟลท์จากสายการบินทั้ง full service และ low course มารับส่งกันแบบสะดวกสบาย สามารถเลือกออกช่วงดึก นอนบนเครื่องให้เต็มอิ่ม ตื่นมาก็ G'Day Mate! ที่ออสเตรเลียได้แล้ว คิดถึงบ้านก็กลับได้ (ตั๋วโปรออสเตรเลียมีอยู่ตลอด) หรือถ้าครอบครัวอยากมาดูความเป็นอยู่ของลูกหลานก็สามารถมาได้บ่อยเท่าที่ใจคิดถึงเลย และสำหรับคุณพ่อคุณแม่ที่อายุเยอะ ไม่เคยเดินทางไกลลำพัง สามารถแจ้งสายการบินตั้งแต่ตอนจองตั๋วว่าขอรับบริการแบบ Meet and Assist (first time travelling หรือ non English speaking) ก็เดินทางแบบอุ่นใจได้


2. ปรับเวลาง่าย


เวลาที่ออสเตรเลีย เร็วกว่าเวลาในประเทศไทยประมาณ 1-4 ชั่วโมงแตกต่างกันไป เช่น เวลาใกล้ไทยที่สุดคือเร็วกว่า 1 ชม. คือ Perth รองลงมาคือเร็วกกว่า 2 ชม. เช่น Darwin, Adelaide และ 3 ชม. เช่น Sydney, Canberra, Melbourne และ Brisbane เป็นต้น ซึ่งไม่ถือว่าห่างกันมากเกินกว่าที่เราจะปรับตัวได้ในระยะเวลาสั้นๆ (นอนอิ่มๆตามเวลาใหม่ของออสเตรเลียสัก 3-5 วันก็ปรับได้แล้ว) นอกจากนี้ในบางรัฐใหญ่ๆ จะมีการเปลี่ยนเวลาที่เรียกว่า Daylight Saving Time (DST) ให้เวลาเร็วขึ้น 1 ชม. ในช่วงเปลี่ยนจากฤดูหนาวเป็นฤดูร้อน ในช่วงต้นเดือนตุลาคม และปรับกลับมาเหมือนเดิมในช่วงต้นเดือนเมษายนของทุกปี


3. Multi-culture เชื้อชาติหลากหลาย


ชาวเอเชียนิยมไปเรียน ทำงาน และทำธุรกิจกันในหลายเมืองใหญ่ๆ อย่าง Sydney, Melbourne, Perth ในแต่ละเมืองจะมีย่านชุมชนของชาติต่างๆ ที่เรียกว่า China Town, Thai Town, Korean Town ชุมชนคนไทยมีชื่อเสียงในเรื่องของร้านอาหารไทยอร่อยๆ ซึ่งมีเกือบทุกเมนูที่อยากกิน นอกจากนี้ยังมีร้านขายของชำที่มีของส่งมาจากบ้านเราแทบทุกอย่าง นอกจากนี้ยังมีชาวยุโรป อย่าง ฝรั่งเศส, เยอรมัน เชค, ออสเตรียและไอแลนด์ นิยมย้ายมาเรียนและทำงานที่นี่เพราะมีหน้าร้อน อากาศดีกว่า เศรษฐกิจการจ้างงานก็มีมากกว่าในประเทศ การอยู่ร่วมกันของหลายเชื้อชาตินี้ ทำให้เราได้ฝึกฝนการปรับตัวให้เข้ากับสังคมและเป็นการฝึกภาษาได้เป็นอย่างดี


4. LGBT-friendly หลากหลายทางเพศ


ประเทศออสเตรเลียให้การยอมรับการแต่งงานระหว่างเพศเดียวกัน (Same-sex marriage) มาตั้งแต่ปี 2017 ชาว LGBT ได้รับการคุ้มครองและการปฏิบัติเท่าเทียมกัน ไม่ว่าจะเป็นในด้านอาชีพ ด้านสังคม และศาสนา ในทุกๆปีจะมีการจัดงานพาเรดแสดงพลังของชาว LGBTQ+ ที่เมือง Sydney เรียกว่า มาร์ดิ กราส์ (Mardi Gras) ซึ่งจะจัดขึ้นในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ หรือมีนาคมของทุกปี


5. สาขาการศึกษาหลากหลาย


ระบบการศึกษาของประเทศออสเตรเลียให้การสนับสนุนทั้งแบบมหาวิทยาลัย และแบบวิทยาลัยเทคนิคและการศึกษาต่อเนื่อง หรือ ที่เรียกว่า TAFE (Technical and Further Education) ซึ่งจะมีหลักสูตรที่เรียกว่า Vocational Education&Training (VET) ซึ่งเป็นหลักสูตรเน้นพัฒนาทักษะความสามารถ เช่น Chef, Accountant, Nurse ที่นอกจากจะได้เรียนปฏิบัติและฝึกงานอย่างจริงจังแล้ว ยังสามารถนำวุฒิและประสบการณ์ไปต่อยอดในการขอ Skilled VISA ยื่นวีซ่าขอเป็นพลเมืองถาวรของประเทศออสเตรเลียได้อีกด้วย


6. ทำงานระหว่างเรียนได้ถูกกฏหมาย


วีซ่านักเรียน (Student Visa) จะมี work permission หรือเงื่อนใขอนุญาตให้นักเรียนทำงานที่ออสเตรเลียได้อย่างถูกกฏหมาย โดยในช่วงระหว่างเรียน นักเรียนสามารถทำงานได้ 40 ชั่วโมง/2 อาทิตย์ และทำได้แบบไม่จำกัดในช่วงปิดเทอม ส่วนวีซ่าทำงาน (Work and Holiday) สามารถทำงานได้เต็มเวลา รูปแบบของงานที่นิยมทำกัน ส่วนใหญ่เป็นงาน casual ทำ/ได้เงินเป็นรายชั่วโมง หรือเป็นผลัด (Shift) ประมาณ 5-6 ชั่วโมง งานที่นักเรียนไทยทั่วไปนิยมทำกัน มีตั้งแต่งานในร้านคาเฟ่/ร้านอาหาร งานทำความสะอาดต่างๆ งานเลี้ยงเด็ก (Child care) งานฟาร์ม ที่นอกจากจะได้รายได้แล้วยังได้ประสบการณ์ในการดำเนินชีวิตด้วย


7. สวรรค์ของคนชอบเที่ยว Out Door


ทะเล/ชายหาด

ออสเตรเลียมี 4 ฤดู มีภูมิประเทศแทบทุกลักษณะ มีทั้งฝั่งทะเลและฝั่งมหาสมุทร ที่มีชายหาดที่สวยงามและมีชื่อเสียงหลายแห่งเหมาะแก่การว่ายน้ำ เล่น surf อาบแดด หรือนั่งดูพระอาทิตย์ตกดินบรรยากาศสุดโรแมนติก ที่ Bondi Beach, Byron Bay, Glenelg Beach, Burleigh Heads หรือจะออกเรือไปดูปลาวาฬ โลมา เพนกวิน ตามเกาะต่างๆ หรือจะลงดำน้ำดูปะการังในโลกใต้ทะเลยสวยๆ ที่ Great Barrier Reef แนวปะการังที่ยาวที่สุดในโลกสักครั้งในชีวิต